วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558

การเขียนประวัติศาสตร์การทหาร (2) : กรีกโบราณ



ประวัติศาสตร์การทหารของกรีกโบราณ

ประวัติศาสตร์ถือกำเนิดขึ้นในอารยธรรมกรีกในฐานะของการจดบันทึกเหตุการณ์เกี่ยวกับโลก และเป็นหนึ่งในภูมิปัญญาที่เติบโตขึ้นในนครรัฐเอเธนส์ช่วงศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาลเช่นเดียวกับปรัชญาและการเมือง ชาวกรีกมองว่า ประวัติศาสตร์เป็นวิธีการหาสาเหตุของเหตุการณ์ในปัจจุบัน และเป็นเนื้อหาสำหรับนำมาใช้สร้างบทกวี บทละคร และปรัชญา ซึ่งเนื้อหาของประวัติศาสตร์ที่ชาวกรีกบันทึกได้สะท้อนถึงการเมืองที่แบ่งแยกออกเป็นนครรัฐมากมาย และแต่ละนครรัฐต่างต่อสู้กันเองระหว่างกันไม่จบสิ้น แม้จะมีการรวมกลุ่มกันต่อต้านการรุกรานจากเปอร์เซียในช่วง 490-481 ปีก่อนคริตกาล แต่ก็เป็นการร่วมเป็นพันธมิตรระหว่างกันชั่วคราว มิใช่การรวมกันจัดตั้งเป็นรัฐเดี่ยวที่มีอำนาจปกครองเต็มที่

การเขียนประวัติศาสตร์การทหาร (1) : โลกยุคโบราณ



ดังที่ได้กล่าวในบทก่อนหน้าว่า ประวัติศาสตร์การทหารเป็นหนึ่งในรูปแบบการเขียนประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุด เราจึงจำเป็นต้องเข้าใจว่า ผู้คนในอดีตเขียนเรื่องราวเหล่านั้นไว้ทำไม? พวกเขาเขียนให้ใครอ่าน? และเรื่องราวเหล่านั้นได้กลายเป็นประวัติศาสตร์การทหารให้เราศึกษาได้อย่างไร? 


ในปัจจุบัน ประวัติศาสตร์การทหารถูกผลิตขึ้นเป็นสื่อตอบสนองต่อวัตถุประสงค์แตกต่างกันในแต่ละสังคม ไม่ว่าจะเป็นการเมือง สังคม หรือตัวการทหารเอง ในอดีตเองก็เป็นเช่นนั้น ซึ่งในช่วงแรกเริ่ม ประวัติศาสตร์การทหารถูกสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์สองประการที่แตกต่างกันดังนี้

วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558

กลุ่มผู้สนใจ



ประวัติศาสตร์การทหารเป็นแขนงที่มีผู้สนใจจำนวนมากและหลากหลายตั้งแต่ในระดับเด็กนักเรียน นักศึกษามหาลัย จนถึงนักวิชาการทางประวัติศาสตร์และนายทหาร ทำให้การเผยแพร่ประวัติศาสตร์การทหารมีหลายระดับ เพื่อให้เหมาะกับความรู้ความเข้าใจของกลุ่มผู้สนใจ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็นสามกลุ่มดังนี้

กลุ่มแรกคือ กลุ่มผู้สนใจทั่วไปที่ศึกษาประวัติศาสตร์การทหาร (และประวัติศาสตร์อื่น ๆ) ในลักษณะ "การอ่านเล่นนอกเวลา" กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดและมีแนวโน้มจะขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ อันเนื่องมาจากการแพร่หลายมากขึ้นของสื่อสารสนเทศที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ และกลายเป็นตลาดสำคัญของผู้ผลิตสื่อในทุกระดับ ตั้งแต่นักเขียนทั่วไปที่ใช้ประวัติศาสตร์การทหารเพื่อให้ผลงานของตนขายได้ง่าย จนถึงนักประวัติศาสตร์ที่ศึกษาทางทหารและนายทหารเกษียณอายุ





วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2558

นิยามและขอบเขตของประวัติศาสตร์การทหาร



ประวัติศาสตร์การทหารมีแก่นนิยามหลักทั่วไปคือ ประวัติศาสตร์สงครามและการทำสงคราม แต่เนื่องจากวิธีการอธิบายเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์แขนงนี้จะมุ่งเน้นการเล่าเรื่องราวการรบในสมรภูมิและวิเคราะห์รูปแบบยุทธวิธีการรบ ประวัติศาสตร์การทหารจึงมีภาพลักษณ์เป็น “ตำราพิชัยสงคราม” มากกว่าเป็นองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์เฉกเช่นประวัติศาสตร์แขนงอื่น ๆ และถูกผลักออกจากขอบข่ายการศึกษาประวัติศาสตร์กลายเป็นการศึกษาในเชิงการทหารเพียงอย่างเดียว ทั้งที่นักประวัติศาสตร์ยังสามารถดำเนินการศึกษาในขอบเขตนี้ได้ โดยแสวงหาหรือขยายเรื่องราวการสงครามให้เกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์กระแสหลัก เช่น การวิเคราะห์วัตถุประสงค์ทางการเมืองของสงคราม, ปัจจัยสาเหตุและผลลัพธ์ของยุทธศาสตร์สงครามที่ผู้นำประเทศเลือกใช้, ความสอดคล้องระหว่างยุทธศาสตร์สงครามกับปฏิบัติการทางทหาร, แนวคิดและความเชื่อของผู้นำต่อการกำหนดยุทธศาสตร์ รวมถึงความคิดความเชื่อของบุคลากรภาคสนามต่อการขับเคลื่อนปฏิบัติการทางทหาร เป็นต้น ซึ่งการดำเนินการศึกษาดังกล่าวยึดโยงทั้งการเมือง, เศรษฐกิจ และสังคมตั้งแต่ในระดับของผู้นำทางการเมืองที่กำหนดการตัดสินใจทางยุทธศาสตร์, องค์กรที่นำยุทธศาสตร์ไปกำหนดเป็นแผนปฏิบัติการ จนถึงบุคลากรที่นำเอาแผนไปดำเนินยุทธวิธีการรบในสงคราม

Intro



ประวัติศาสตร์การทหารเป็นหนึ่งในสาขาการศึกษาประวัติศาสตร์ที่มีผู้สนใจจำนวนมากในประเทศไทย เราสามารถพบเห็นเว็บเพจหรือหนังสือที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การทหารต่าง ๆ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ในสงคราม, อาวุธยุทโธปกรณ์, เทคโนโลยีการทหาร และบุคคลสำคัญที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการทหาร เป็นต้น ซึ่งมีทั้งที่เป็นภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ แต่กระนั้น การศึกษาในประเทศไทยส่วนใหญ่นั้นยังเป็นเพียง “ความสนใจ” ต่อประวัติศาสตร์การทหาร เน้นการศึกษาเพียงระดับโครงข่ายองค์กร มุ่งให้ข้อมูลโดยปราศจากการวิเคราะห์ในรายละเอียด และมักมีสำนวนการเขียนในเชิงปลุกเร้าอารมณ์ให้ผู้อ่านคล้อยตาม มากกว่าจะเป็นการศึกษาประวัติศาสตร์อย่างเป็นระบบและมีหลักฐานอ้างอิงที่เชื่อถือได้ อีกทั้งการศึกษาประวัติศาสตร์การทหารในประเทศไทยยังจำกัดอยู่เพียงหลักสูตรของทหาร ซึ่งเป็นการศึกษาในเชิงกลยุทธทางทหารมากกว่าจะเป็นการศึกษาในเชิงวิชาการ ด้วยเหตุนี้ การศึกษาประวัติศาสตร์การทหารจึงไม่ราบรื่นเท่าใดนัก