วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2558

การเขียนประวัติศาสตร์การทหาร (11) : บริบทที่เปลี่ยนไปในศตวรรษที่ 19-20



ประวัติศาสตร์การทหารคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20

บริบททางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

การพัฒนาความคิดเรื่องเหตุผลและปรัชญาจากยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาและยุครุ่งเรืองทางภูมิปัญญานำมาซึ่งการตั้งคำถามต่อความชอบธรรมของผู้ปกครองในการดำเนินนโยบายของรัฐ แนวคิดเรื่องความรับผิดชอบของผู้ปกครองที่มีต่อประชาชน และการตระหนักถึงสิทธิของประชาชน ซึ่งแนวคิดดังกล่าวนี้เกิดขึ้นในฝรั่งเศสและอังกฤษ แต่ได้เติบโตขึ้นในโลกใหม่โพ้นทะเลจากชัยชนะของฝ่ายอาณานิคมอเมริกาในสงครามประกาศอิสรภาพในปีค.ศ. 1783 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอเมริกานี้เป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจต่อฝรั่งเศสในฐานะพันธมิตรของฝ่ายอาณานิคมอเมริกาถึงความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงสังคมไปสู่ระเบียบใหม่ที่ผู้ปกครองต้องปกครองตามเจตจำนงของประชาชน นำไปสู่การปฏิวัติฝรั่งเศสในปีค.ศ. 1789 และสงครามนโปเลียน

ภาพการบุกทลายคุกบาสติลล์อันเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในกระบวนการยุติธรรม
(http://www.visit-and-travel-france.com/image-files/art-french-revolution.jpg)

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

การเขียนประวัติศาสตร์การทหาร (10) : จากยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาสู่ยุครุ่งเรืองทางภูมิปัญญา



ประวัติศาสตร์การทหารของยุโรปจากยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการถึงยุครุ่งเรืองทางภูมิปัญญา

ตลอดช่วงเวลาที่ยุคกลางในยุคโรปตะวันตกดำเนินไป ปัจจัยต่าง ๆ ได้เกิดขึ้นและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทัศนคติของผู้คนที่มีต่อสังคมในยุคกลาง อาทิ

- ระบบเศรษฐกิจเงินตราที่เกิดขึ้นประมาณช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 11 ทำให้เกิดการพัฒนาชุมชนเป็นเมืองซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าขายในระดับท้องถิ่นและเป็นจุดเชื่อมต่อกับเมืองอื่น ๆ สร้างเป็นเครือข่ายระหว่างกัน ซึ่งเป็นพื้นฐานรองรับเส้นทางการค้าและการเผยแพร่ความรู้ แม้ว่าเมืองจะมิใช่สิ่งใหม่และเกิดขึ้นมาแล้วในสังคมกรีก-โรมันในยุคก่อนหน้า แต่ชาวเมืองยังคงอยู่ในวัฒนธรรมของสังคมชนบทที่ให้ความสำคัญกับการเกษตร และยอมรับอำนาจของผู้ปกครองที่เหนือกว่าจากสิทธิธรรมตามลัทธิ-ศาสนาโบราณ ต่างจากชาวเมืองในยุคกลางที่ปลีกตนเองออกจากสังคมชนบทตามระบบฟิวดัลมาใช้ชีวิตใหม่ที่เป็นอิสระในเมือง

วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

การเขียนประวัติศาสตร์การทหาร (9) : จีนยุคจักรวรรดิ



ประวัติศาสตร์การทหารของจีนยุคจักรวรรดิ

ทางด้านดินแดนตะวันออกไกล จักรวรรดิจีนสมัยราชวงศ์ฮั่นประสบปัญหาหลายอย่างทั้งความไม่สำเร็จในการปฏิรูปที่ดินจากอำนาจชนชั้นนำ, การสูญเสียงบประมาณของรัฐจำนวนมากไปกับการก่อสร้างป้อมปราการเพื่อควบคุมเส้นทางการค้าสายไหม, การรุกรานจากชนเร่ร่อนนอกอาณาจักร และความขัดแย้งการเมืองในราชสำนักระหว่างกลุ่มตระกูลมเหสีของจักรพรรดิที่พยายามเข้ามามีอิทธิพลทางการเมืองผ่านการเป็นผู้สำเร็จราชการแทนจักรพรรดิที่ยังทรงพระเยาว์ กับกลุ่มขันทีที่เข้ามามีอิทธิพลผ่านการถวายคำแนะนำการดำเนินราชการ ปัจจัยดังกล่าวทำให้อำนาจรัฐจากส่วนกลางอ่อนแอและเป็นหนึ่งในปัจจัยที่นำไปสู่การเกิดกบฏชาวนาในชื่อ โจรโพกผ้าเหลืองในปีค.ศ. 184 ซึ่งการปราบปรามกบฏนี้ทำให้ขุนศึกมีอิทธิพลมากขึ้น และเมื่อโจผี (Cao Pi) ประกาศตั้งราชวงศ์เว่ยในปีค.ศ. 220 อันนำมาซึ่งการแบ่งแยกดินแดนออกเป็นสามแคว้นใหญ่ [1] จักรวรรดิฮั่นจึงล่มสลายลงอย่างเป็นทางการ และเข้าสู่ยุคสมัยที่อาณาจักรจีนแตกแยกออกเป็นแว่นแคว้นย่อย ๆ เช่นเดียวกับในยุคชุนชิวเมื่อศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสต์กาล

แผนที่แสดงอาณาจักรที่แตกแยกออกมาเมื่อโจผีประกาศตั้งราชวงศ์เว่ย (หรือวุย) เมื่อปีค.ศ. 220
(http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2008/01/K6224745/K6224745-6.gif)